เปิดแผน 38 ปี ทอท. กับการเป็นประตูแห่งอนาคต

บทความประชาสัมพันธ์

เปิดแผน 38 ปี ทอท. กับการเป็นประตูแห่งอนาคต 

6 ท่าอากาศยานนานาชาติ สู่บทบาทประตูเชื่อมสู่โลก

            1 กรกฏาคม พ.ศ.2560 เป็นวันที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ผู้บริหารท่าอากาศยานนานาชาติ รวม 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง แม่ฟ้าหลวงเชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ ดำเนินกิจการครบรอบ 38 ปี ในฐานะเป็นประตูสู่ประเทศและมีบทบาทสำคัญที่จะเป็นศูนย์กลางของการขนส่งทางอากาศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปีที่ผ่านมาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ของทอท. มีผู้เโดยสารเดินทางผ่านเข้า-ออก ทั้งในและต่างประเทศถึง 120 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 12.3% ขณะที่การขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์มีน้ำหนักรวม 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.94% 

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 39 มุ่งสู่การเป็น World’s Smartest Airport

            จากตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ต.ค. 59– พ.ค. 60) ด้วยปริมาณเที่ยวบิน 551,405 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 6.21% จากช่วงเดียวกันของปี 2559 ปริมาณผู้โดยสารอยู่ที่  86,942,131 คนเพิ่มขึ้น 7.17% จากช่วงเดียวกันของปี 2559 และอัตราการขนถ่ายสินค้าและไปรษณีย์อยู่ที่ 1,040,881 ตันเพิ่มขึ้น 12.19% จากช่วงเดียวกันของปี 2559 อีกทั้งตัวเลขสำคัญจากข้อมูล การคาดการณ์การจราจรทางอากาศที่คาดว่าในปี 2578  หรืออีก 18 ปีข้างหน้า ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. จะมีจำนวนผู้โดยสารในภาพรวม ประมาณ 271 ล้านคน คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 3.8% ต่อปี และจำนวนเที่ยวบิน 1,524,600 เที่ยวบิน คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.6% ต่อปี เป็นการสะท้อนอย่างชัดเจนถึงอนาคตการบินของไทยที่สดใสภายใต้ปีกการบริหารดูแลของ ทอท.

            ทอท. วางแผนรองรับการขยายตัวของธุรกิจและการเติบโตอย่ายั่งยืนด้วย 7 แผนยุทธศาตร์ ที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ ทั้งมุ่งส่งเสริมให้ ทอท. เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ด้วยการเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบิน การพัฒนากิจกรรมเชิงพาณิชย์และธุรกิจ การนำระบบเทคโนโลยีและแนวคิดเชิงนวัตกรรมมาใช้ในการทำงาน ขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 39 ด้วยภาระกิจอันยิ่งใหญ่ในการยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ และเปิดประตูบานใหม่เพื่อก้าวสู่การเป็น World’s Smartest Airport ได้ในไม่ช้า

ผนวกแผนเร่งด่วนระยะ 5 ปี  “ประตูแห่งโอกาสบานสำคัญที่เปิดกว้างขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมการบิน”
            แผนเร่งด่วน 5 ปี  ที่จะเห็นเป็นรูปร่างก่อนคือ การเสริมศักยภาพให้กับสนามบินทั้ง 6 รองรับกับการขยายตัวเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของรัฐบาล “ไทยแลนด์ 4.0”  ด้วยการเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบิน พัฒนากิจกรรมเชิงพาณิชย์และธุรกิจ โดย การเร่งปรับปรุงท่าอากาศยานหลัก 2 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2: ขยาย-ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2  และรันเวย์ และท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่ 3 ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ในวงเงินลงทุน 150,000 ล้านบาท

ปรับโฉมท่าอากาศยานเมืองท่องเที่ยว 4 แห่ง ประตูสู่โอกาสด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ทอท. ยังจัดแผนควบคู่ในการ ปรับโฉมท่าอากาศยานเมืองท่องเที่ยว  4 แห่งพร้อม รับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก

  • ท่าอากาศยานเชียงใหม่ :  งบลงทุนรวม 11,000 ล้านบาท  พัฒนาสนามบิน 2 ระยะ คือ ระยะสั้นและระยะกลาง  เริ่มแล้วในปี 2559  จะแล้วเสร็จในปี  2568  ได้แก่  ปรับปรุงแท็กซี่เวย์  ขยายลานจอดเครื่องบินบนรันเวย์เดิม ปรับปรุงลานจอดเครื่องบินเดิม ให้รองรับเครื่องบินได้  31 ลำ สร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่   พื้นที่รวม  78,000 ตารางเมตร และเพิ่มส่วนต่อขยายอาคารหลังเดิมด้วย  รองรับผู้โดยสารได้ไม่น้อยกว่า 11 ล้านคนต่อปี
  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง  เชียงราย  วงเงินลงทุน 6,200 ล้านบาท  ระยะเวลา 15 ปี   แบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ  โดยระยะที่ 1 เริ่มปี 2559-2564  ซึ่งได้พัฒนาทางวิ่ง-ทางขับ รองรับเที่ยวบินได้ 16 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เพิ่มหลุมจอดอากาศยาน 10 หลุมจอด   รองรับผู้โดยสารได้ 3 ล้านคนต่อปี และมีที่จอดรถยนต์ 1,200 คัน  
  • ท่าอาศยานภูเก็ต  ระยะที่ 2- 3  : วงเงินลงทุนรวม 14,700 ล้านบาท โดยระยะที่ 2 เริ่มดำเนินการแล้วในปีนี้ (2560) จะแล้วเสร็จในปี 2565  โดยก่อสร้างอาคารจอดรถยนต์ 1,500 คัน  ขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ, ขยายลานจอดอากาศยาน  และที่สำคัญคือการก่อสร้างทางเชื่อมยกระดับจากสถานีรถไฟฟ้ารางเดี่ยวเข้ามายังท่าอากาศยานภูเก็ต  จะรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เป็น 25 ล้านคนต่อปี  จากเดิมได้เพียง 18 ล้านคน
  • ท่าอากาศยานหาดใหญ่  : วงเงินลงทุนรวม 15,100 ล้านบาท  ระยะที่ 2 จะขยายแท็กซี่เวย์  ศูนย์รักษาความปลอดภัย อาคารจอดรถ  1,500 คัน   และปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์

มากกว่า CSR คือ หัวใจที่รักษ์สิ่งแวดล้อม AOT Social Purpose

            ปัจจุบันองค์กรในยุค 4.0 ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมคืนสู่สังคม แต่สำหรับ ทอท.ซึ่งถือเป็นองค์กรยุคใหม่ของประเทศ ยังได้ให้ความสำคัญกับ “Social Purpose”  เปลี่ยนความรับผิดชอบต่อสังคมให้เป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง “Value และ ทักษะ” ของคนในชุมชนแวดล้อมท่าอากาศยาน ซึ่งหนึ่งในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญคือ การเข้าร่วมโครงการ Airport Carbon Accreditation จัดโดย Airports Council International Eurpoe (ACI EUROPE) ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อสนับสนุนให้ท่าอากาศยานตลอดจนผู้ประกอบการ สายการบิน และผู้เช่าทุกราย ร่วมกันบริหารจัดการด้านการใช้พลังงาน  เพื่อลดปริมาณการปล่อย CarbonEmissionsเพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกอย่างรวดเร็ว  โดยการรับรองจะแบ่งออกเป็น 4 ระดับตามความเข้มข้น และด้วยความมุ่งมั่นความตั้งใจจริงในการรักษ์สิ่งแวดล้อม ของ ทอท. ท่าอากาศยานจำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชียงใหม่  ดอนเมือง แม่ฟ้าหลวง เชียงราย และหาดใหญ่ ต่างได้รับการรับรองในระดับที่ 2 และมุ่งมั่นสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยล่าสุด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับการรับรองในระดับ 3 คือ ระดับ Optimisation  นับเป็น 1 ใน 12 ท่าอากาศยานแรกในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิคที่ได้รับรองระดับดังกล่าว

จาก ”พื้นดิน” รันเวย์ในวันนั้น กับบทบาทประตูแห่งอนาคตของประเทศไทย ในวันนี้

            ในปี พ.ศ. 2454  นักบินชาวเบลเยียมชื่อ ฟัน เดน บอร์น (Van den Born)  ได้นำเครื่องบิน Orville Wright มาบินแสดงครั้งแรกในประเทศไทย  นับเป็นเครื่องบินลำแรกที่แตะพื้นรันเวย์ที่เป็น “ดิน” ณ “สนามม้าราชกรีฑาสโมสร” วันนั้นจอมพล สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก ได้เสด็จทอดพระเนตร ทรงเล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นที่ประเทศไทย จะต้องมีเครื่องบินไว้ป้องกันประเทศเหมือนกับต่างประเทศกระทรวงกลาโหมจึงมีดำริจัดตั้งกิจการบินขึ้นเป็นแผนกหนึ่งของกองทัพบก และได้เลือกพื้นที่ดอนเมืองเป็นสนามบิน โดยในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2457 ได้มีเครื่องบินลงเป็นปฐมฤกษ์ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ถือเป็นจุดเริ่มต้นกิจการด้านการบินของไทย จากนั้นได้มีการจัดตั้งการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย  หรือ ทอท. ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 และในปี 2545 ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสร่วมเป็นเจ้าของผ่านการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ AOT ซึ่งย่อมาจากชื่อภาษาอังกฤษ Airports of Thailand Public Company Limited

            ตลอดระยะเวลา 38 ปีที่ดำเนินงาน ทอท. ได้มอบความภาคภูมิในการเป็นจุดเชื่อมต่อ ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ระหว่างประเทศในภูมิภาคให้กับคนไทยทั้งประเทศเสมอมา ทอท. ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาท่าอากาศยานภายใต้ความรับผิดชอบเพื่อสามารถสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ ในวาระครบรอบ 38 ปีนี้ ทอท. ยังคงมุ่งมั่นสานต่อภารกิจสำคัญ ในการเปิดประตูบานใหม่ ประตูแห่งโอกาสให้กับภาคเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศ เปิดรับความเจริญในการแลกเปลี่ยนทางสังคมและวัฒนธรรมระดับโลก วันนี้ ทอท. พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่บทบาทที่ยั่งยืนในการเป็น World’s Smartest Gateway อย่างแท้จริง

“ปลอดภัยคือมาตรฐาน บริการคือหัวใจ”